Alptraum Castle » Other FanFiction » [FFVII: CC] Dream of Sweet Poison (One-shot)



11-18-2007 19:01 hiyuura
[FFVII: CC] Dream of Sweet Poison (One-shot)

ช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมาติดเกมนี้อย่างหนัก อยากเล่นขนาดไปซื้อ PSP มาเพื่อเกมนี้เกมเดียวเลยทีเดียว พอเล่นแล้วก็...เอ่อ คิดอุตริอยากลองเขียนฟิกคู่นี้ดูบ้าง (รู้สึกหลังๆรสนิยมยูระชักจะชอบลองของแปลก เอิ๊กส์) ใครเห็นคู่แล้วใจไม่แข็งพอก็อย่าอ่านนะคะ ไม่ว่ากัน (ถึงฉากมันจะไม่มีอะไรเท่าไหร่ก็เหอะ ^^'') เพราะหากฟิกนี้ไปทำลายภาพพจน์อะไรบางอย่างในใจท่าน ยูระเตือนแล้ว ไม่ขอรับผิดชอบเน้อ~~ XP


[b][color=red]กรุณาอย่านำฟิกไปโพสต์ที่อื่นโดยไปได้รับอนุญาตก่อนนะคะ[/color][/b]


[b]Title:[/b] Dream of Sweet Poison
[b]Fandom:[/b] Crisis Core: Final Fantasy VII
[b]Pairing:[/b] Genesis/Sephiroth (ตามนี้จริงๆนะ =_=!!)
[b]Rating:[/b] mild R
[b]Warning:[/b] PWP (kinda), yaoi
[b]Note:[/b] 1st person/Genesis' POV, set during Wutai War


[b]—Dream of Sweet Poison—
[i]Rusting into hatred…[/i]
[/b]

ซากุระร่วงหล่น...

ราวกับเกล็ดหิมะกลางฤดูใบไม้ผลิ...กลีบซากุระร่วงโรยอ้อยอิ่ง...เลื่อนลอยราวกับระลอกพลิ้วของสายลมที่โบกพัด นี่...คือฤดูใบไม้ผลิในวูไถ ฤดูกาลที่กลิ่นหวานอ่อนของเหล่าบุปผาสะพรั่งลอยมากับลมพัดบ่อยครั้งพอๆกับที่ได้กลิ่นเลือด

พวกเราอยู่ในสงคราม และในสงคราม...การช่วงชิงชีวิตผู้อื่นมิใช่ความผิด หากแต่เป็นการเอาชีวิตรอด จะอยู่หรือตาย...ตายวันนี้หรือตายวันพรุ่ง...ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยกลิ่นคาวคละคลุ้งของโลหิต ความสูญเสียมีให้เห็นอยู่ทุกวันจนชินตา หากแต่...เราไม่มีเวลาหยุดพักเพื่อจมอยู่กับความโศกเศร้า สงครามยังคงดำเนินต่อไป...และจะไม่หยุดจนกว่าเราจะจบมันด้วยมือของพวกเรา มือที่จะเปลี่ยนโลกใบนี้...แม้ว่า...ชีวิต...จะต้องร่วงโรยราวกับสายฝนของกลีบดอกซากุระ...

ค่าตอบแทน...ของการเปลี่ยนแปลงโลก

จะไม่มีผู้ชนะ หากไร้การศึก จะไม่มีผู้พิชิต หากไม่มีความสูญเสีย และจะไม่มีวีรบุรุษ หากปราศจากความเจ็บปวด ชั้นจะทำให้ความฝันของชั้นเป็นจริงด้วยมือคู่นี้ มโนฝันแปรเปลี่ยนเป็นจริงแท้...หาใช่เป็นดังความฝันนี้ที่แม้สัมผัสได้แต่ก็ยังคงเป็นแค่ฝัน...สิ่งมีอยู่ที่ลวงหลอก...จอมปลอมไม่ต่างกับเล่ห์ของคำโกหก  

แม้ว่าค่ำคืนนี้จะแตกต่างออกไป...แม้ว่าการจัดฉากจะผิดแผกกว่าทุกๆครั้ง...

ราวกับฉากภาพที่ออกมาจากนวนิยายรัก หากแต่เจือด้วยแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของวูไถ ที่ซึ่งกลิ่นหอมแปลกจากกำยานลองฟุ้งปะปนกับกลีบดอกสีชมพูขาวของซากุระในอากาศ ในห้องที่ปูด้วยเสื่อที่สานจากฟางข้าวจนแน่นขนัด...เบื้องหลังประตูกระดาษที่ปิดสนิท...พวกเรายืนอยู่ที่นั่น...เผชิญหน้ากันโดยไร้ซึ่งคำพูดใดๆเล็ดลอดจากริมฝีปาก

เหมือนกับทุกๆครั้ง...ชายที่อยู่ตรงหน้าชั้นไม่เคยจะรี้เร้นกลมกลืนไปกับความมืดได้ นัยน์ตาคู่นั้นจะบอกตำแหน่งของเขาให้รู้เสมอ...นัยน์ตาสีมรกตสุกสว่างจนมองเห็นได้ในความมืดราวกับมีแสงในตัวของมันเอง... ชั้นก้าวเดินเข้าไปใกล้...ก้าวหนึ่ง...เขามองตอบกลับมาด้วยท่าทีที่สงบนิ่งจนอาจเรียกได้ว่าไร้อารมณ์ และเมื่อใกล้เข้าไปอีกก้าวหนึ่ง...นัยน์ตาคู่นั้นก็ปิดลง ซุกซ่อนเอาอารมณ์ความรู้สึกใดๆที่มีในเบื้องลึกนั้นไว้หลังเปลือกตาสีซีด

โอบกอดเอาความฝันไว้ในอ้อมแขน...ชั้นรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วมันก็คงหลุดลอยออกไป ไม่ว่าความฝันนั้นจะแสนหวานแค่ไหน มันก็อยู่ไกลเกินกว่าในความเป็นจริงจะเอื้อมถึง...ราวกับพยายามไขว่คว้าเอาจันทรา...ที่แสนเย็นชาและแสนไกล...

จันทราสีเงินที่ไม่อาจคว้ามาได้

สายลมค่ำคืนส่งเสียงหวีดหวิวผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่แง้มไว้ เริงเล่นกับเส้นผมที่ไม่ต่างกับไหมที่ยาวนุ่มราวกับริษยาที่ได้เห็นไหมงามนั้นเลื่อนไหลผ่านนิ้วมือของชั้นราวกับเงินเหลว ก็คงจะเป็นความริษยา...ที่ทำให้ลมนั้นราวกับยิ่งคร่ำครวญให้เสียดหูหนักกว่าเก่า เมื่อชั้นนำเส้นไหมสวยเหล่านั้นมาเคลียใกล้...แสยะยิ้มเยาะไปพร้อมกับจุมพิต

นัยน์ตาวามราวกับแมวลืมเปิดขึ้น เมื่อมือของชั้นสัมผัสลากไล่ไปตามเนื้อของอาภรณ์ผ้าที่เขาสวม ชั้นรู้ว่าเขาคงประหลาดใจว่าอะไร...ที่ทำให้ชั้นอ้อยอิ่งจากสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นค่าตอบแทนที่เขาต้องจ่ายเช่นทุกครั้ง ชั้นเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน...ว่าความเปลี่ยนแปลงในบางสิ่งบางอย่าง แม้เล็กน้อย ก็อาจทำให้ภาพภาพหนึ่งกลับหัวเป็นหางได้ เหมือนกับที่เหล่านักประพันธ์ที่สามารถสามารถเปลี่ยนความหมายทั้งประโยคได้ แม้เพียงเปลี่ยนคำแค่คำเดียว

ชั้นสามารถหลอกตัวเองให้เชื่อภาพจากดวงตา...เชื่อว่าชายตรงหน้าเป็นในสิ่งที่ชั้นเห็น หรือชั้นอาจบอกตัวเอง...ให้ยึดมั่น...กับความทรงจำและสัญชาตญาณที่ร้องบอกซ้ำๆว่าภาพตรงหน้ามันมิใช่

เสื้อผ้าที่ชาววูไถเรียกกันว่า ‘ยูคาตะ’ ย้อมด้วยสีของแมกไม้และใบเถา...มันแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับโค้ทหนังที่เขาใส่จนคุ้นเคยและชินตา ภาพของคนตรงหน้า...ไร้ซึ่งความรู้สึกคุกคามใดๆ...หากแต่ทำให้...เขาดูอ้อนแอ้นและเชิญชวนอย่างน่าประหลาด  

เสียงหัวเราะไร้อารมณ์ขันหลุดจากริมฝีปากของชั้นก่อนที่ชั้นจะห้ามมันได้

นี่ชั้นกำลังพยายามจะโกหกใคร...หากไม่ใช่ตัวชั้นเอง หากนี่เป็นเวลาอื่น เขาคงจะยิ้มเยาะความโง่เง่าของชั้นอย่างที่เคยยิ้มเยาะ

ชั้นเกลียดนัก...รอยยิ้มนั่น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความยะโสจนดูราวกับไม่เคยยี่หระ และก็เป็นเพราะความยะโสนั่น ที่ทำให้เขาคิดว่าตัวเองตัดสินราคาได้ถูกต้องกับการได้มาในสิ่งที่ตัวเองอยากได้  เจ้าคนจองหองที่แสนงามและหยิ่งยะโส...เชื่ออยู่เสมอในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ...คิดอยู่เสมอว่าอยากเอาชนะอะไรก็ทำได้...

เขางดงามเกินกว่าสิ่งที่เขาคู่ควรจะได้

ชั้นกระชากเขาเข้ามาใกล้ บดเบียดเรือนร่างของเราเข้าชิดกัน เสื้อยูคาตะตัวหลวมเลื่อนหลุดจากเนินไหล่ขาวแทบจะทันใด...ต่างจากผ้าหนังสีดำสนิทดังราตรีกาลที่รักที่จะแนบรัดกับตัวเขาราวกับผิวหนังชั้นที่สอง...ปฏิเสธอย่างดื้อดึงที่จะไปจากผิวเนื้อที่มันรัก ชั่วแวบหนึ่ง ชั้นเห็นสิ่งที่เรียกได้ว่า ‘อารมณ์ขัน’ แย้มพรายในนัยน์ตาสีเขียวคู่นั้น และ...ชั้นก็ต้องหยุดตัวเอง...รั้งไว้ไม่ให้ทำรุนแรงกับไอ้คนจองหองงี่เง่า

นายคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน...วีรบุรุษ? พระเจ้า?

ก็รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นทั้งดับและก็ปลุกให้กระหายในปรารถนา แต่ชั้นไม่เข้าใจว่าทำไมความอ่อนหวานที่เสแสร้งทำเป็นยินยอมของหมอนี่ถึงได้ทำให้ชั้นยิ่งโกรธนัก...โกรธยิ่งกว่าครั้งที่เคยผ่านๆมา มันทำให้ชั้นอยากทำร้ายเขา ทำให้เขาเจ็บปวด บีบให้แตกหัก เพื่อที่ว่าบางที...ชั้นอาจจะได้ยินเขาร้องขอ...หรือเห็นเขาร้องไห้

เพื่อไม่ให้ชั้นต้องเสียสติ
[i]
นายกำลังมองไปที่ไหน...ทำไมนายถึงไม่มองชั้น
[/i]
ชั้นได้ยินเสียงเล็กๆกรีดร้องแว่วมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใจ และไม่ช้า...เสียงมันก็ไม่เป็นแค่เสียงที่แว่วมาอีกต่อไป มันกำลังกู่ตะโกนกรีดร้องจนลั่นหูจนแทบจะทำให้นัยน์ตาต้องร้อนผ่าว
[i]
นายกำลังมองไปที่ไหน...ทำไมนายถึงไม่มองชั้น
[/i]
แม้แต่ตอนที่ชั้นขบกัดลงบนต้นคอของเขาและปลดเสื้อผ้าทั้งหมดให้หลุดออก...แม้แต่ตอนที่ลิ้นร้อนและปลายนิ้วของชั้นลากไล่ไปตามทุกส่วนสัดของผิวเนื้อและเรือนร่างของเขา...เขาไม่เคยตอบสนอง...สิ่งที่ชั้นได้รับกลับมา...มันไม่เคยเพียงพอ เขาเอาแต่นอนอยู่ตรงนั้น...จ้องมองชั้นด้วยนัยน์ตาสีมรกตที่ไร้อารมณ์...ซ่อนเร้นทุกความรู้สึกไว้ใต้การแสดงที่ไร้ช่องโหว่

ยินยอมแต่มิได้พ่ายแพ้...ที่อ่อนข้อก็แค่เพราะจงใจจะอ่อน...

แม้แต่ตอนที่มอบกายให้ เสียงครางที่เงียบสนิทตายจากไปกับริมฝีปากคู่นั้น...ชั้นก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่า...ชั้นเป็นเจ้าของชายคนนี้

จันทราทอดแสงลงบนร่างของพวกเรา ฉายภาพของการกระทำที่เราซ่อนเร้นไว้ในเงามืดเมื่อก่อนหน้าแม้จะไม่ได้จงใจซ่อน เพราะว่า...ดนตรีที่หวานล้ำของเสียงหอบและคราง หรือแม้กระทั่งความหวานล้ำที่สุดของความหวาน...หวานยิ่งกว่าความงามของซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ...เสียงที่เซฟิรอธปล่อยออกมา เมื่อเขาถึงที่สุดแห่งความปรารถนา...

ทั้งหมดเป็นได้แค่ความฝันที่จางหายไป...

สำหรับเซฟิรอธ เขาเชื่อว่า...นี่คือค่าตอบแทนที่เขาต้องจ่ายให้ได้มาซึ่งความเป็นเพื่อนของชั้น...

แต่สำหรับชั้น...แม้ว่าชั้นจะต้องการมัน...ปรารถนามันสักเพียงใด นี่ก็เป็นได้แค่ยาพิษที่แสนหวาน ยาพิษเสพติดที่ค่อยๆฆ่าชีวิตของชั้นอย่างช้าๆ แต่ก็เจ็บปวดนัก...

เพราะชั้นรู้ดีว่า...จะไม่มีวันใดที่ชั้นสามารถจุมพิตริมฝีปากคู่นั้น และพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า...เขาเป็นของชั้น เพราะว่าความฝันนี้จะโปรยปลิวจากไปทุกครั้ง...เช่นเดียวกับกลีบดอกสีชมพูขาวของเจ้าซากุระ

[b]
—Fin—
[i]The end of dream, the never-ending poison…

[/i][/b]

[[i] Last edited by  hiyuura at 11-18-2007 19:03 [/i]]

Page: [1]